เสียงอังกะลุงชมรมผู้สูงอายุ!!ท่วงทำนอง ช่วยปลดปล่อยความเครียด

เสียงอังกะลุงแห่งชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลนครชุม ท่วงทำนองช่วยปลดปล่อยความเครียด คลายความเหงา ให้ผู้สูงวัยชะลอความชราอย่างมีความสุข

เมื่อเสียงดนตรีประสานธรรมะ เติมพลังกายพลังใจ ให้ผู้สูงวัยยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ภายในศาลาวัดสว่างอารมณ์ ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลนครชุม ต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ได้เนรมิตศาลาวัดสว่างอารมณ์ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งพลังวิถีชุมชน

บรรยากาศในยามเช้าเริ่มต้นด้วยความสงบร่มเย็น พระสงฆ์เมตตาเป็นประธานนำเหล่าสมาชิกผู้สูงอายุร่วมกันสวดมนต์ไหว้พระ อาราธนาศีล และเจริญจิตตภาวนา การเริ่มต้นกิจกรรมด้วยมิติทางศาสนา นับเป็นภูมิปัญญาในการกล่อมเกลาจิตใจ ช่วยเสริมสร้างสมาธิ คลายความวิตกกังวล และสร้างความพร้อมทางอารมณ์ก่อนที่จะเข้าสู่กิจกรรมฝึกทักษะดนตรี

ภายหลังการสวดมนต์ เสียงเขย่ากระบอกไม้ไผ่อังกะลุง ได้เริ่มดังกังวานก้องทั่วศาลาวัด สมาชิกทุกคนต่างถือเครื่องดนตรีคู่กายด้วยรอยยิ้ม ความน่าสนใจของอังกะลุงคือเป็นเครื่องดนตรีที่ต้องเล่นเป็นทีม โดยแต่ละคนจะเล่นโน้ตเสียงที่แตกต่างกัน การจะบรรเลงบทเพลงให้ไพเราะและพร้อมเพรียงกันได้นั้น จึงต้องอาศัยสมาธิ สายตาที่มองโน้ต หูที่ฟังจังหวะ และมือที่เขย่าตามทำนองอย่างแม่นยำ อีกทั้งธงชาติไทยที่ประดับบนเครื่องอังกะลุงยังสะท้อนถึงความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ชาติและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชุมชน

การส่งเสริมการเล่นดนตรีในผู้สูงอายุถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของการสร้างสังคมสุขภาพดี กระตุ้นความทรงจำและพัฒนาสมอง การจดจำทำนอง จังหวะ และการเขย่าอังกะลุงช่วยฝึกสมาธิ ป้องกันโรคความจำเสื่อมและชะลอการเสื่อม การขยับข้อมือ แขน และการนั่งทรงตัวขณะเล่นดนตรี ช่วยบริหารกล้ามเนื้อและข้อต่อให้แข็งแรง เสียงดนตรีช่วยปลดปล่อยความเครียด คลายความเหงา และป้องกันภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

นายชาติ มีชัย ประธานศูนย์ผู้สูงอายุเทศบาลตำบลนครชุม และนายสุรชัย ทองคำ ครูโรงเรียนเทศบาล 1 คลองสวนหมาก ผู้ฝึกสอนการแสดงอังกะลุง เล่าให้ฟังว่า กิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลนครชุม เป็นการรวมตัวกันเล่นดนตรี เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพจิตที่แจ่มใสและชราอย่างมีความสุข ท่ามกลางความรักและความอบอุ่นของสังคมนครชุมอย่างแท้จริง

เมื่อจบการซ้อมอังกะลุง จังหวะดนตรีปรับเปลี่ยน เข้าสู่ความสนุกสนานสไตล์ไทยพื้นบ้าน ด้วยเสียงกลองยาว ฉิ่ง ฉาบ และโหม่ง วงกลองยาวของพ่อครูแม่ครูผู้สูงอายุได้เริ่มบรรเลงจังหวะครื้นเครง สมาชิกคนอื่นๆ ต่างลุกขึ้นมาร้องรำทำเพลง ออกรำวงด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เผยให้เห็นว่าความชรา ไม่เป็นข้อจำกัดของความสุข อังกะลุงชมรมผู้สูงอายุเทศบาลนครชุม ยังแสดงออกสู่สายตาประชาชนในตลาดย้อนยุค และงานประเพณีของวัดในพื้นที่ด้วย