กกต.กำแพงเพชร นำหลักฐานแจ้งความฟ้อง 8 ผู้สมัคร สว. ขาดคุณสมบัติ พบเป็นสมาชิกพรรค-เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำแพงเพชร นำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 8 ราย หลังตรวจพบขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ยังคงมาลงสมัครรับเลือก ชี้โทษหนักจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับ 2 แสนบาท และตัดสิทธิเลือกตั้งนาน 20 ปี
นายคงยศ บุญรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำแพงเพชร ได้นำหลักฐาน เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร เข้าพบ ร.ต.อ.อดุลย์ รัตนวรกัลต์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้สมัคร สว. ในพื้นที่อำเภอเมืองกำแพงเพชร และตามสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร รวมทั้งหมด 8 ราย ซึ่งกระจายอยู่ในหลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกำแพงเพชร, อำเภอคลองขลุง, อำเภอทรายทองวัฒนา, อำเภอไทรงาม, อำเภอลานกระบือ และอำเภอขาณุวรลักษบุรี
นายคงยศ เปิดเผยว่า การแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งระบุความผิดของผู้ที่รู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิสมัครหรือขาดคุณสมบัติ แต่ยังคงมาลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา โดยที่ผ่านมา กกต. ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครอย่างเข้มงวดมาโดยตลอดตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด จนถึงระดับประเทศ
สำหรับผลการตรวจสอบผู้สมัครทั้ง 8 รายในจังหวัดกำแพงเพชร พบการกระทำผิดใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งผู้สมัคร ส.ว ไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ ,ประเด็นของการพ้นจากตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ไม่น้อยกว่า 5 ปี ก็คือลาออกมาไม่ถึง 5 ปี ,ประเด็นเรื่องเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และประเด็นไม่ไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง
ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดกำแพงเพชร ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้สมัครส่วนใหญ่ถูกคัดชื่อออกตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกระดับอำเภอ จึงไม่ได้เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกในระดับจังหวัด ส่วนในระดับจังหวัดมีผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิ 1 ราย ซึ่งล่าสุดศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครรายดังกล่าว
การเดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษในวันนี้ เป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่แต่ละจังหวัดต้องรวบรวมรายชื่อ ตรวจสอบพยานหลักฐานให้ชัดเจนและรอบคอบ ก่อนยื่นคำร้องดำเนินคดีอาญา แม้บุคคลเหล่านี้จะถูกคัดชื่อออกจากกระบวนการเลือก สว. ไปแล้วก็ตาม ทั้งนี้บทลงโทษโดยกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดถึง 20 ปี













