รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์!!ติดตามการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูง กล้วยไข่GI

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อติดตามการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูง กล้วยไข่GIและรับฟังปัญหาเกษตรกร เพื่อยกระดับพืชท้องถิ่นและสร้างรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกรในพื้นที่

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ  ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศูนย์เลี้ยงแพะ) ของนายรัชชานนท์  สัตยะคำ  หมู่ที่ 3 บ้านท้องคุ้ง  ตำบลท่าพุทธา อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อรับฟังข้อมูลการพัฒนาอาชีพและติดตามปัญหาอุปสรรคจากเกษตรกรในพื้นที่โดยตรง นายสุริยะ  ปวงคำ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นางสาววรวรรณ  อังกสิทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาบุคลากร สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ นายธนดล วงษ์ขันธ์ เกษตรจังหวัดกำแพงเพชร  ร่วมต้อนรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายสดุดี พุทธัง  ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวต้อนรับพร้อมให้ข้อมูลบริบทของอำเภอคลองขลุง ขณะที่ นายธนดล วงษ์ขันธ์ เกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ได้รายงานภาพรวมด้านการเกษตรในพื้นที่ โดยระบุว่ากล้วยไข่เป็นพืชประจำถิ่น และกล้วยไข่ที่ปลูกในจังหวัดกำแพงเพชรเป็นกล้วยไข่มีรสชาติหวาน เมื่อสุกมีความหวานไม่ต่ำกว่า 24 หอมหวาน องศาบริกซ์ เนื้อกล้วยมีสีครีมอมส้ม  เนื้อแน่น  เปลือกบาง  ผลมีขนาดกลางและเล็กและปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)   เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ของอำเภอคลองขลุง มีองค์ความรู้ในการปลูกกล้วยไข่ให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ จากประสบการณ์และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นและได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตกล้วยไข่คุณภาพ จากสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร และสำนักงานเกษตรอำเภอคลองขลุง มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่กล้วยไข่ตำบลท่าพุทราขึ้น มีสมาชิก จำนวน 57 ราย มีการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตโดยการใช้ปุ๋ยสั่งตัด ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์จากมูลแพะ มีการใช้สารชีวภัณฑ์เพื่อควบคุมการระบาดของโรคมีแปลงอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไข่พันธุ์กำแพงเพชร เพื่อส่งเสริมการปลูกกล้วยไข่ มีการแปรรูปกล้วยไข่ เป็นแป้งกล้วย น้ำพริกกล้วยไข่ เป็นต้นแต่ปัจจุบันประสบปัญหาเรื่องระบบน้ำในแปลงกล้วยไข่ ที่ต้องใช้ต้นทุนในการสูบน้ำจากแม่น้ำปิงเกษตรกรไม่มีระบบน้ำในแปลง จึงต้องการรับการสนับสนุน  ระบบน้ำต้นทุนต่ำ การให้น้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์การให้ปุ๋ยพร้อมระบบน้ำ

ด้านนายรัชชานนท์ สัตยะคำ เกษตรกรเจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร  (ศูนย์เลี้ยงแพะ) เปิดเผยว่าศูนย์นี้จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงแพะ และสร้างเครือข่ายการเลี้ยงแพะในอำเภอคลองขลุง และเชื่อมโยงกลุ่มแปลงใหญ่กล้วยไข่ตำบลท่าพุทรา อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร คือการใช้แพะในการกำจัดเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่แปลงกล้วยไข่ เช่น ใบกล้วย ต้นกล้วยมาเป็นผลิตเป็นอาหารแพะและเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ นำมูลแพะมาใช้เป็นปุ๋ยในแปลงกล้วยไข่ (ใช้แนวคิด Zero Waste) โดยเกษตรกรใน ศพก. เครือข่าย ได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมผู้เลี้ยงแพะ เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงแพะขุน การผลิตอาหารแพะและการผสมพันธุ์แพะ และศูนย์เรียนรู้ด้านการขยายพันธุ์กล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร การผลิตปุ๋ยหมักจากมูลแพะและต้นกล้วยไข่ และแหล่งท่องเที่ยววิถีเกษตร  ในปัจจุบันที่ราคาแพะขุนมีราคาสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด เกษตรกรจึงมีความต้องการให้มีการส่งเสริมการเลี้ยงแพะในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนแม่พันธุ์แพะพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกร รวมถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินเพื่อนำมาปรับปรุงโรงเรือนให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาจากเกษตรกรพร้อมมอบข้อสั่งการแก่กรมส่งเสริมการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ เข้ามาทำงานร่วมกับนายรัชชานนท์ สัตยะคำ และกลุ่มเกษตรกรอย่างใกล้ชิด ส่งเสริมการปลูกกล้วยไข่ การแปรรูปกล้วยไข่ สนับสนุน ระบบน้ำต้นทุนต่ำ ตลอดจนจัดหาสถาบันการเงินดอกเบี้ยต่ำให้แก่เกษตรกรกู้ยืม เพื่อนำมาใช้ปรับปรุงโรงเรือนการเลี้ยงแพะให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เป็นการสร้างความมั่นใจ ยกระดับมาตรฐานผลผลิต และส่งเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่อย่างยั่งยืน  พร้อมทั้งมอบนโยบายให้จังหวัดกำแพงเพชรดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อขอรับงบประมาณในการสนับสนุนต่อไป