ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย!!มอบบ้าน“ศาลยุติธรรมเพื่อประชาชน”

ศาลจังหวัดกำแพงเพชร ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ส่งมอบบ้านตามโครงการ “ศาลยุติธรรมเพื่อประชาชน” ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการในพื้นที่ อ.ขาณุวรลักษบุรี

นางสาวศรัญวรรณ โชตินิมิตรคุณ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยคณะทำงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกาตามโครงการศาลยุติธรรมเพื่อประชาชนของศาลจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมกับนางสาวมะลิวัน สิทธิโยธี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกำแพงเพชร,นางปิ่นมณี พฤกษ์มหาชัยกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางกำแพงเพชร,นายปริญญา ปั้นงาม ยุติธรรมจังหวัดกำแพงเพชรและผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกำแพงเพชร,นายปิยะ ประมูลสิน ปลัดอาวุโสอำเภอขาณุวรลักษบุรี รักษาราชการแทนนายอำเภอขาณุวรลักษบุรี,พ.ต.อ.เทวินทร์ นาจารย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปางมะค่า,นายน้อย วงศ์วิทยานันท์ นายกเทศมนตรีเมืองปางมะค่า พร้อมคณะผู้บริหารและผู้นำชุมชน ลงพื้นที่เพื่อส่งมอบบ้านพักอาศัย (หลังที่ 1) ที่มีการปรับสภาพแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

บรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้ ครอบครัวนายประสิทธิ์ นอห้วยแก้ว อายุ 68 ปี เป็นผู้สูงอายุบกพร่องด้านการได้ยิน  และนางประยูร  ทิศกระโทก อายุ 63 ปี ภรรยา เป็นผู้สูงอายุ พิการด้านสายตา (ตาบอดทั้ง 2 ข้าง) อยู่บ้านเลขที่ 146 หมู่ที่ 15 ตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร  สภาพปัญหาเดิม บ้านชั้นเดียว หลังคาสังกะสี อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่มั่นคงแข็งแรง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวันและความปลอดภัย โดยเทศบาลเมืองปางมะค่า พร้อมด้วยความจากผู้นำชุมชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 15 ได้ร่วมกัน ให้การสนับสนุนด้านแรงงาน สร้างบ้านปูนชั้นเดียว  และได้รับการสนับสนุนสนุนงบประมาณวัสดุก่อสร้างจากพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์จังหวัดกำแพงเพชร ในการปรับปรุงซ่อมแชมและสร้างบ้านหลังใหม่ ให้มีความมั่นคงแข็งแรง และถูกสุขลักษณะ เพื่อให้ครอบครัว นายประสิทธิ์ นอห้วยแก้ว และนางประยูร ทิศกระโทก ซึ่งเป็นผู้สูงอายุและ พิการ ได้มีที่พักอาศัยที่ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตชีวิตที่ดีขึ้น

นางสาวศรัญวรรณ โชตินิมิตรคุณ กล่าวว่า โครงการศาลยุติธรรมเพื่อประชาชนมุ่งเน้นการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการและการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้เข้าถึงความยุติธรรมในทุกมิติ ซึ่งรวมถึงสิทธิพื้นฐานในการมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน  การสร้างบ้านไม่ใช่แค่การสร้างที่อยู่อาศัย แต่เป็นการสร้างความมั่นคงความปลอดภัย และยังเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้สูงอายุ

แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ผู้นำชุมชน และพี่น้อง ประชาชนหมู่ 15 ที่ร่วมแรงร่วมใจกันจนงานสำเร็จลุล่วงด้วยดี นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของสังคมที่เข้มแข็งและใส่ใจซึ่งกันและกันในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ดิฉันขออวยพรให้นายประสิทธิ์ นอห้วยแก้ว  และนางประยูร ทิศกระโทก ได้ใช้ชีวิตในบ้านหลังใหม่ด้วยความสุข ความอบอุ่น มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลานและชุมชนตลอดไป