สู้ชีวิตยิบตา!!ชายพิการขาอ่อนแรง โยกสามล้อเร่ขายกับข้าว

ชาย 50 ปียากไร้พิการขาอ่อนแรงสู้ชีวิตยิบตา ขับ 3 ล้อโยกเร่ขายกับข้าว ชาวบ้านติดใจรสชาติอาหารพากันอุดหนุน เป็นลูกค้าประจำเผยเพราะสงสาร รสชาติอาหารก็อร่อย

ที่บ้านวังน้ำขาว เลขที่ 35/2 หมู่ 13..ต.ไตรตรึงษ์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นบ้านของนายมานะ จันปา อายุ 50 ปี ชายพิการขาทั้งสองข้างมีปัญหาทางการเคลื่อนไหว(ขาอ่อนแรง) เนื่องจากประสบอุบัติเหตุตกนั่งร้าน ขณะทำงานก่อสร้างเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา และยังมีโรคประจำตัวต้อง โดยบ้านหลังดังกล่าวอาศัยอยู่กับลูกชาย 2 คน ลูกชายคนเล็กกำลังเรียนอยู่ชั้น ป. 6 ส่วนลูกชายคนโตอายุ 17 ปีจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และไม่ได้เรียนต่อ ทางครอบครัวมีฐานะยากจน อีกทั้งยังไม่มีที่ทำกินแต่อย่างใด ส่วนภรรยาได้เลิกรากันไปแล้วกว่า 8 ปีแล้ว มีรายได้เพียงเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท สำหรับนายมานะ ชายผู้พิการขาทุกวันนี้ ดำรงชีพโดยการขับรถสามล้อโยก สำหรับคนพิการ เร่ขายกับข้าวสำเร็จรูป ภายในหมู่บ้านวังน้ำขาว และหมู่บ้านใกล้เคียง โดยมีเพื่อนบ้าน ที่อยู่ใกล้เคียงกันสงสาร ออกทุนทำอาหารหลายอย่างรวมไปถึงขนมหวาน มาให้นายมานะผู้พิการรายนี้ได้ออกเร่ขายทุกวัน โดยนายมานะจะได้เปอร์เซ็นต์ขายในราคาถุงละ 5 บาท ซึ่งนายมานะก็เต็มใจ พร้อมกันนี้ยังได้รับสินค้าเป็นรองเท้ายาง สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ จากพ่อค้าขายส่งภายในหมู่บ้านออกมาขายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย

โดยในแต่ละวันจะออกเร่ขายของในเวลาประมาณ 15.00 น. ของทุกวัน โดยออกเร่ขายไปตามเส้นทางภายในหมู่บ้านระยะทางกว่า 2-3 กิโลเมตร จะร้องเรียกลูกค้า“ กับข้าวครับกับข้าว ขนมหวานก็มีมา” จนเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวบ้าน โดยจะมีลูกค้าพากันเดินออกมาอุดหนุน นอกจากนี้หากใครต้องการจะซื้อรองเท้าสวยๆไปสวมใส่ซึ่ง ก็มีขายในราคาถูกเพียงคู่ละ 39 บาท เท่านั้นซึ่งก็มีชาวบ้านให้ความสนใจมาอุดหนุนกันหลายคน บอกสงสารเพราะเป็นคนสู้ชีวิต ขนาดร่างกายพิการแถมมีโรคประจำตัว ยังมีความมานะพยายามที่จะหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว ไม่ให้เป็นภาระแก่สังคม นายมานะ จันปา เปิดเผยว่า “ตนขับรถโยกสำหรับผู้พิการแบบนี้ไปเร่ขาย ของเป็นประจำทุกวัน โดยการขับเร่ขายอยู่ภายในหมู่บ้าน ตนไปไกลไม่ได้ ในแต่ละวันมีระยะทางประมาณ 2-3 กิโลเมตร และมีรายได้ในแต่ละวันไม่แน่นอน หากวันไหนขายได้มากก็จะได้ ประมาณวันละกว่า 100 บาท แต่หากวันไหนขายไม่หมดก็จะได้ วันละ 70 บาท ถึง 80 บาท เท่านั้น

สำหรับอาหารที่นำมาขาย นั้นเป็นของเพื่อนบ้านซึ่งตนนับถือเป็นพี่สาว เป็นคนจัดแจงทำให้ ซึ่งเขาไม่สามารถที่จะขี่รถมาเร่ขายเองได้ จึงให้ตนนำมาเร่ขาย โดยการให้ตนกินเปอร์เซ็นต์ พูดง่ายๆว่ารับจากเขามาขาย ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ในเบื้องต้น พอประทังชีวิตไปวันๆ ตนมีลูกชาย 2 คนคนโต เรียนจบชั้นม.3 ออกไปทำงานแล้ว ส่วนคนเล็กยังเรียนอยู่ชั้นป.6 ซึ่งยังไม่จบอาศัยอยู่กับตนอยู่ ส่วนภรรยาตนได้เลิกลากันไปนานแล้ว ทุกวันนี้รายได้พอประทังชีวิตไปวันๆ เงินที่ได้เป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก ซึ่งไม่พอกับค่าใช้จ่าย พอได้หมุนเวียนไป ส่วนตัวบางครั้งตนก็มีอาการท้อเหมือนกัน แต่ตนก็คิดสู้โดยนึกถึง อย่างเดียวคือลูกชาย ท้ายนี้ตนอยากจะฝากไปยังผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง ร่างกายพร้อมและไม่ได้เป็นแบบตน ว่าอะไรที่ทำได้ทำไปเถอะ ขยันไว้ ขยันอย่างไรก็ไม่มีวันอดตาย ต้องตั้งใจจริง และให้ขยันอย่างเดียว